ข่าวสารและกิจกรรม

DEPA นำทีมผู้ชนะ Digital Startup ศึกษางาน ณ ประเทศเกาหลีใต้ งานสัมมนา “Korea-Thailand Startup Matching Seminar”

12 กันยายน พ.ศ. 2560 | by DEPA

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายมีธรรม ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ (ด้านสังคม) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ได้นำทีมผู้ชนะโครงการ Digital Startup ร่วมงานสัมมนา  Business Matching “Korea-Thailand Startup Matching Seminar” ณ ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียธุรกิจ และนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ ระหว่างสองประเทศ  โดยทั้งนี้ได้มีการนำเสนอนโยบายของสำนักงานฯ ในการร่วมสนับสนุนผลักดันให้เกิดขุมกำลังคนทางด้านดิจิทัลรุ่นใหม่ของไทย เพื่อเป็นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านทางยุคดิจิทัล และเป็นแรงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในอีก 20 ปีข้างหน้า

รวมถึงการนำเสนอไอเดียผลงานของทั้ง 3 ทีมจากผู้ชนะทั้ง 10 ทีม ของโครงการ Digital Startup ได้แก่ CyberrexDesign, Drivemate และ Cashgrow ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมพา Digital Startup สู่สากล โดยภายในงานได้รับความร่วมมือและได้รับการต้อนรับจาก Gyeonggi Provincial Government และ Cho Jung-Ah, Director General Gyeonggi Province เป็นอย่างดี ซึ่งทาง Gyeonggi Provincial Government ได้ให้การสนับสนุนการเสนองานและสัมมนาครั้งนี้

นายมีธรรม ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ (ด้านสังคม) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวถึงการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “หลังจากที่เราได้สตาร์ทอัพชั้นยอดมาเป็น 10 ทีมสุดท้าย ทางสำนักงานฯ เอง ได้วางแนวทางในการส่งเสริมทีมผู้เข้าประกวด โดยการพาพวกเขาท่องโลกเพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ พร้อมศึกษางานสตาร์ทอัพระดับนานาชาติ ว่าไอเดียธุรกิจเขาทำกันอย่างไร ซึ่งเรามุ่งเน้นให้โครงการ Digital Startup เป็นส่วนสำคัญในการสร้างแรงกระเพื่อมในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล โดยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต ให้เกิดประโยชน์ด้วยใจรักและแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจเพื่อนำมาพัฒนาประเทศทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางภาครัฐได้ให้ความสำคัญในการทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งครั้งนี้ได้นำทีมมาศึกษางานในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วและมั่นคงจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีอิทธิพลในทางเศรษฐกิจระดับโลกได้ในช่วงเพียงแค่ไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา เหมาะแก่การเรียนรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจของประเทศไทย ได้การสนับสนุนจาก ทีมจังหวัดกิยองกิ ในการสัมมนาและดูงานครั้งนี้ โดยในงานสัมมนามีผู้ประกอบการ และกลุ่มสตาร์ทอัพชาวเกาหลีเข้าร่วมงานกว่า 20 ราย เพื่อแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ผลงานของเหล่าสตาร์ทอัพ หรือนวัตกรผู้เป็นความภูมิใจจากประเทศไทย

“กิจกรรมครั้งนี้นอกจากเราจะได้ไปเรียนรู้เศรษฐกิจและธุรกิจดิจิทัลของจังหวัดกิยองกิ ประเทศเกาหลีใต้แล้ว 3 ทีมผู้ชนะตัวแทนจากประเทศไทยยังได้โชว์ศักยภาพ นำเสนอไอเดียธุรกิจสู่สายตาตลาดโลก ได้แก่ ทีม CyberrexDesign นำหนังสือ “นาก” Horror Augmented Reality & Virtual Reality Book เป็นหนังสือแนวสยองขวัญที่นำเอาเทคนิค AR และ VR มาใช้เพื่อให้เกิดภาพสามมิติเสมือนจริงออกมาจากหนังสือ และแทรกความเป็น Interactive เข้าไปด้วย, ทีม Drivemate หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น “Airbnb for cars” ที่เป็นแพลตฟอร์มเช่ารถออนไลน์รูปแบบใหม่ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ปล่อยเช่ารถกับผู้ที่ต้องการเช่ารถให้มาพบกัน อีกทั้งยังมีบริการเสริมจัดหาประกันภัยคุ้มครองรถเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ยืนยันความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งและทีม Cashgrow  โชว์คลาวด์แอพพลิเคชั่นที่ช่วยบริหารจัดการกระแสเงินสด และสภาพคล่องทางการเงิน โดยนำข้อมูลรายรับรายง่ายขององค์กรมาประมวลผลให้เข้าใจได้ง่าย และนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างคำแนะนำแก่บริษัทในการนำเงินไปลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้หวังว่าจะได้ประโยชน์ทั้งชาวเกาหลีและตัวแทนของประเทศไทยสามารถนำความรู้ ระบบความคิด ไอเดียต่างๆ นำมาผสมผสาน ประยุกต์ ใช้ในธุรกิจได้เป็นอย่างดี”

Cho Jung-Ah, Director General Gyeonggi Province กล่าวถึงการมีส่วนร่วมในงานสัมมนา  “Korea-Thailand Startup Matching Seminar” ว่า “ ทางจังหวัดกิยองกิมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรมร่วมกับประเทศไทย และยินดีเปิดรับไอเดียต่างๆ จากสตาร์ทอัพระดับคุณภาพคับแก้วจากประเทศไทยให้เสนอแผนงานธุรกิจ ตลอดจนนวัตกรรมและเทคโนลลีสมัยใหม่ หวังเป็นอย่างยิ่งกิจกรรมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ใหม่ๆ ไปใช้ต่อยอดในการทำธุรกิจ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ในอนาคตข้างหน้า”

แล้วทีมผู้ชนะโครงการ Digital Startup ที่ได้ไปทริปในครั้งนี้มีความคิดเห็นและรู้สึกอย่างไรกันบ้าง เรามาดูบทสัมภาษณ์ของพวกเขา เริ่มจากทีม Cashgrow  เปิดใจกับทีมงานว่า ส่วนตัวประทับใจและตื่นตื่นใจกับประเทศเกาหลีใต้มากกว่าที่คิดไว้เยอะมาก เข้าใจว่าเป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะล้ำหน้าไปมากขนาดนี้ เกาหลีใต้เด่นมาก ด้านการยอมรับเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนนึงของชีวิตประประจำวัน แทบจะมากกว่าสหรัฐอเมริกา หรือ ญี่ปุ่น ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ยังมีสถิติที่น่าสนใจของประเทศนี้ คือ 90% ของคนเกาหลีใช้อินเทอร์เน็ตและ มี Smartphone มีธุรกรรมด้านการเงิน เกิดขึ้นมากที่สุด ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่ใกล้เข้าสู่ Cashless Society มากๆ ประเทศหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งที่ได้รับมาคือ การแก้ปัญหาอย่าง ใช้  Technology กับ Design มาประกอบกัน ทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง เช่น ป้ายรถมล์ที่ออกแบบมาให้ แพลตฟอร์ม บอกข้อมูลชัดเจน ง่ายต่อผู้ใช้ โดยเป้าหมายระยะยาว คือ เรามองไกลถึงการเป็นเพื่อนคู่คิดการบริการ และช่วยบริหารเงินของระดับ บริษัทจำกัด ภายใต้วิสัยทัศน์ ของเราคือ  Make Money Better ด้วยการบริการบริการสภาพคล่องด้านเงินทุนให้กับธุรกิจ ได้ดีขึ้น ช่วยบริหารเงินให้งอกเงย แต่ ณ ตอนนี้เน้นการขยายตลาดกับธุรกิจขนาดเล็ก และกลางเป็นหลัก ต้องบอกว่า Digital Startup  เป็นโครงการที่ช่วยให้ได้เปิดหูเปิดตา ไม่ได้คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้ โดยเฉพาะเรื่อง สวัสดิการต่างๆ ที่รัฐมีให้กับบริษัทด้านเทคโนโลยี ขนาดนี้ คิดว่าประเทศไทยมาถูกทางแล้ว ที่รัฐหันมาสนับสนุนและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี”

ทีม CyberrexDesign ได้เปิดใจว่า สำหรับการได้ไปดูงานที่เกาหลีครั้งนี้ เราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะมาก โดยทางบริษัทของเราที่เน้นเรื่องของการพัฒนา Virtual reality (VR) และ Augmented Reality(AR) เป็นหลักอยู่แล้วได้ไปพบกับบริษัท VR ต่างๆ ในเกาหลี ทั้งระดับชั้นนำและ Startup รุ่นใหม่ๆ มีโอกาสได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จนถึงการจัด Matching ซึ่งทำให้เราได้พบกับ Partner ที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันหลายบริษัทเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ของเรา ที่ช่วยขยายตลาดในการพัฒนาคอนเทนต์ของเราไปยังต่างประเทศ นอกจากนั้นยังมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Dillon Seo ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Oculus ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่พิเศษมากๆ ที่น้อยคนจะมีโอกาสได้พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มคนที่ทำให้วงการ VR ได้รับความสนใจสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และการได้ไปทดลอง VR Arcade ต่างๆ ในประเทศเกาหลี ทำให้เราทราบว่างาน VR ของคนไทยสามารถสู้ตลาดต่างประเทศได้สบายถ้ามีทุนหรือการสนับสนุนที่เพียงพอ  ซึ่งแน่นอนว่าเราจะกลับมาพัฒนา NAK VR/AR BOOK ของเราให้เสร็จให้เร็ซที่สุด รวมถึงบริษัทของเราได้มองถึงการนำเอา Product ของเราไปยังต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ Nak แต่จะเป็น VR ที่เป็น Business Tools ใหม่ๆ  ซึ่งคาดว่าสามารถที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย  ก็อยากจะขอขอบคุณทางโครงการ Digital Startup ครั้งนี้ที่ทาง DEPA พา Startup ทั้ง 10 ทีมออกมาดูงานต่างประเทศ ได้เห็นถึงชิวิตจริงของ Startup ได้พบปะ พูดคุย กับคนที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงกลุ่ม Startup ด้วยกัน ทำให้เราได้มองโลก มองธุรกิจของเราเองในมุมมองที่กว้างขึ้น และยังได้รับคำแนะนำ ได้ Partner ใหม่ๆ เพื่อมา Support ธุรกิจของเราเอง ถือว่าคุ้มค่า และเหนือกว่าที่เราคาดหวังไว้มากๆ ถ้ามีครั้งต่อไปก็อยากให้เป็นการดูงานในลักษณะแบบนี้อีก เชื่อว่าจะทำให้ Startup ไทยได้ประโยชน์จากโครงการแบบนี้เป็นอย่างมากแน่นอน”

ปิดท้ายกันที่ทีม Drivemate เล่าว่า “ได้รับการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ๆจากเกาหลีมากกว่าที่คาดคิดไว้ ประเทศเขาพัฒนากันไปไกลมากแล้วจริงๆ ทางรัฐบาลเขาสนับสนุนสตาร์ทอัพกันอย่างจริงจัง เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงประเทศ และเศรษฐกิจของเขาได้ นอกจากนี้ยังได้พบเพื่อนใหม่ๆ จากทีมอื่น ได้มิตรภาพที่ดี แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน อีกทั้งทีมงานที่น่ารักทุกท่านที่คอยดูแลพวกเราตลอด ซึ่งเป้าหมาย ณ ปัจจุบันของ Drivemate  ตอนนี้นอกจากเริ่มหาผู้ให้เช่าเพื่อให้รถมีความหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้ใชบริการที่เพิ่มขึ้นแล้ว ด้านกลุ่มผู้ใช้เราเริ่มเจาะกลุ่มชาวต่างชาติมากขึ้น เพราะมองเป็นศักยภาพและโอกาสของลูกค้ากลุ่มนี้ ส่วนเป้าหมายระยะยาวของเราคือ เป็นบริษัทที่มีรถเช่ามากที่สุดในประเทศ และภูมิภาคนี้”